ตัวไปไม่ได้ ส่งชื่อไปก็ยังดี! นาซาชวนส่งชื่อไปท่องดวงจันทร์กับอาร์เทมิส 2 – pptvhd36

Viral_X
By
Viral_X
3 Min Read
#image_title

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NASA) ได้เปิดโอกาสสุดพิเศษให้ประชาชนทั่วโลกสามารถส่งชื่อของตนเองไปท่องดวงจันทร์และกลับมายังโลกพร้อมกับภารกิจ Artemis II ซึ่งเป็นภารกิจแรกที่มีลูกเรือของโครงการ Artemis การรณรงค์ "Send Your Name with Artemis II" นี้เปิดให้ลงทะเบียนผ่านพอร์ทัลออนไลน์ของนาซา มอบโอกาสให้ผู้คนได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศครั้งใหม่นี้ ก่อนที่ยานอวกาศ Orion พร้อมลูกเรือจะทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศในช่วงปลายปี 2567

เบื้องหลังโครงการอาร์เทมิสและการกลับสู่ดวงจันทร์

โครงการอาร์เทมิสของนาซาถือเป็นแผนงานอันทะเยอทะยานที่มุ่งมั่นจะนำมนุษย์กลับคืนสู่ดวงจันทร์อีกครั้ง หลังจากภารกิจ Apollo ในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 เป้าหมายหลักของ Artemis คือการสร้างการมีอยู่ของมนุษย์บนดวงจันทร์อย่างยั่งยืน รวมถึงการใช้ดวงจันทร์เป็นฐานสำหรับการเดินทางสู่ดาวอังคารในอนาคต ชื่อ "Artemis" ซึ่งเป็นเทพีแห่งดวงจันทร์และน้องสาวฝาแฝดของ Apollo ในตำนานเทพเจ้ากรีก สะท้อนถึงความต่อเนื่องและความก้าวหน้าจากยุคก่อนหน้า

มรดกจากโครงการ Apollo

โครงการ Apollo ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในปี 2512 ด้วยภารกิจ Apollo 11 ซึ่งนีล อาร์มสตรองเป็นมนุษย์คนแรกที่เหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการ Apollo ได้ส่งนักบินอวกาศ 12 คนไปยังดวงจันทร์ การเดินทางครั้งสุดท้ายคือ Apollo 17 ในปี 2515 หลังจากนั้นมนุษย์ก็ไม่ได้เดินทางไปดวงจันทร์อีกเลยเป็นเวลาหลายทศวรรษ โครงการ Artemis จึงเข้ามาสานต่อความฝันและเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ความสำเร็จของภารกิจ Artemis I

ก่อนที่ภารกิจ Artemis II จะเริ่มขึ้น นาซาได้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับภารกิจ Artemis I ซึ่งเป็นการทดสอบการบินแบบไร้ลูกเรือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยานอวกาศ Orion และจรวด Space Launch System (SLS) ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ภารกิจ Artemis I ทะยานขึ้นจากศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 16 พฤศจคม 2565 ยาน Orion ได้เดินทางรอบดวงจันทร์เป็นระยะทางกว่า 2.2 ล้านกิโลเมตร และกลับสู่โลกอย่างปลอดภัยในวันที่ 11 ธันวาคม 2565 โดยลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้กับซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ความสำเร็จของ Artemis I เป็นการพิสูจน์เทคโนโลยีและระบบที่สำคัญทั้งหมด ปูทางไปสู่ภารกิจที่มีลูกเรือในอนาคต

ตัวไปไม่ได้ ส่งชื่อไปก็ยังดี! นาซาชวนส่งชื่อไปท่องดวงจันทร์กับอาร์เทมิส 2 - pptvhd36

บทบาทของ Artemis II

ภารกิจ Artemis II ถูกกำหนดให้เป็นภารกิจแรกที่มีลูกเรือของโครงการ Artemis โดยมีเป้าหมายหลักคือการทดสอบระบบควบคุมสิ่งแวดล้อมและระบบช่วยชีวิตของยาน Orion ในขณะที่มีนักบินอวกาศอยู่บนยาน เป็นการเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนที่มนุษย์จะกลับไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์อีกครั้งในภารกิจ Artemis III ยาน Orion จะเดินทางรอบดวงจันทร์ในวงโคจรสูง แต่จะไม่ลงจอดบนพื้นผิว เป้าหมายคือการเดินทางไปถึงจุดที่ไกลที่สุดจากโลกในอวกาศลึกที่มนุษย์เคยไปถึง และกลับมายังโลกอย่างปลอดภัย

ความคืบหน้าสำคัญและโอกาสพิเศษ

การเตรียมการสำหรับภารกิจ Artemis II ได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีพัฒนาการที่น่าจับตาหลายประการ ทั้งการประกาศรายชื่อลูกเรือผู้สร้างประวัติศาสตร์ และการเปิดตัวแคมเปญ "Send Your Name" ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก

แคมเปญ “Send Your Name with Artemis II”

แคมเปญนี้เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้มีส่วนร่วมกับภารกิจสำรวจอวกาศครั้งสำคัญ ด้วยการส่งชื่อของตนเองเพื่อบันทึกลงในไดรฟ์ USB และนำขึ้นไปกับยานอวกาศ Orion ในภารกิจ Artemis II ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ของนาซา โดยจะได้รับบัตรโดยสารดิจิทัล (digital boarding pass) ที่ระบุชื่อของตนเองพร้อมรายละเอียดภารกิจ แคมเปญลักษณะนี้เคยได้รับความนิยมอย่างสูงในภารกิจสำรวจดาวอังคารก่อนหน้านี้ เช่น ภารกิจ Perseverance และ Curiosity ซึ่งมีผู้คนนับล้านร่วมส่งชื่อไปกับยานสำรวจเหล่านั้น การส่งชื่อไปกับ Artemis II จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การประกาศรายชื่อลูกเรือผู้สร้างประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2566 นาซาและองค์การอวกาศแคนาดา (CSA) ได้ประกาศรายชื่อลูกเรือผู้กล้าหาญทั้งสี่คนที่จะเข้าร่วมภารกิจ Artemis II ซึ่งประกอบด้วย:
* Reid Wiseman (เรด ไวส์แมน): ผู้บัญชาการภารกิจจากนาซา อดีตนักบินประจำสถานีอวกาศนานาชาติ
* Victor Glover (วิกเตอร์ โกลเวอร์): นักบินจากนาซา ซึ่งจะเป็นนักบินอวกาศผิวสีคนแรกที่เดินทางรอบดวงจันทร์
* Christina Koch (คริสตินา คอช): ผู้เชี่ยวชาญภารกิจจากนาซา ซึ่งจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่เดินทางรอบดวงจันทร์ เธอเป็นที่รู้จักจากการทำลายสถิติการใช้ชีวิตในอวกาศนานที่สุดสำหรับผู้หญิง
* Jeremy Hansen (เจเรมี แฮนเซน): ผู้เชี่ยวชาญภารกิจจาก CSA ซึ่งจะเป็นชาวแคนาดาคนแรกและไม่ใช่ชาวอเมริกันคนแรกที่เดินทางรอบดวงจันทร์

การเลือกนักบินอวกาศชุดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนาซาในการส่งเสริมความหลากหลายและรวมถึงการร่วมมือระหว่างประเทศในการสำรวจอวกาศ

แผนการบินของภารกิจ Artemis II

ภารกิจ Artemis II จะใช้เวลาประมาณ 10 วัน โดยเริ่มต้นจากการปล่อยยาน Orion ด้วยจรวด SLS จากศูนย์อวกาศเคนเนดี ยานจะเข้าสู่วงโคจรรอบโลกก่อน จากนั้นจะจุดเครื่องยนต์เพื่อเดินทางไปยังดวงจันทร์ ยานจะโคจรรอบดวงจันทร์และใช้แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ในการส่งกลับมายังโลก เพื่อลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิก เช่นเดียวกับ Artemis I ตลอดภารกิจ ลูกเรือจะทำการทดสอบระบบที่สำคัญทั้งหมดของยาน Orion เพื่อให้แน่ใจว่าพร้อมสำหรับภารกิจที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในอนาคต

ผลกระทบและการสร้างแรงบันดาลใจ

แคมเปญ "Send Your Name" และภารกิจ Artemis II โดยรวม มีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อสาธารณชนและการสำรวจอวกาศในอนาคต

การมีส่วนร่วมของสาธารณชนและแรงบันดาลใจ

การเปิดโอกาสให้ประชาชนส่งชื่อไปยังดวงจันทร์เป็นการสร้างความผูกพันส่วนตัวระหว่างผู้คนกับโครงการอวกาศอันยิ่งใหญ่ ช่วยจุดประกายความสนใจในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน เด็กๆ ทั่วโลกจะรู้สึกตื่นเต้นและได้รับแรงบันดาลใจเมื่อรู้ว่าชื่อของพวกเขาจะเดินทางไปกับนักบินอวกาศสู่ดวงจันทร์ ซึ่งอาจเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาใฝ่ฝันที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือแม้แต่นักบินอวกาศในอนาคต

ความร่วมมือระดับโลก

การที่นักบินอวกาศชาวแคนาดาเข้าร่วมในภารกิจ Artemis II ตอกย้ำถึงลักษณะความร่วมมือระดับนานาชาติของโครงการสำรวจอวกาศ นาซาทำงานร่วมกับพันธมิตรหลายประเทศ รวมถึงแคนาดา องค์การอวกาศยุโรป (ESA) และญี่ปุ่น เพื่อแบ่งปันความรู้ ทรัพยากร และความเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการบรรลุเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน เช่น การสร้างฐานบนดวงจันทร์และการเดินทางสู่ดาวอังคาร

การเปิดประตูสู่การสำรวจในอนาคต

ความสำเร็จของ Artemis II จะเป็นก้าวสำคัญในการเปิดประตูสู่การสำรวจอวกาศที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติบนโลก การกลับไปดวงจันทร์ไม่ได้เป็นเพียงการหวนรำลึกถึงอดีต แต่เป็นการสร้างรากฐานสำหรับการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในอนาคต

ก้าวต่อไปของโครงการอาร์เทมิส

หลังจากภารกิจ Artemis II ที่มีลูกเรือเดินทางรอบดวงจันทร์แล้ว โครงการ Artemis ยังคงมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

กำหนดการปล่อยยาน Artemis II

ปัจจุบัน นาซากำหนดเป้าหมายการปล่อยภารกิจ Artemis II ไว้ในช่วงปลายปี 2567 อย่างไรก็ตาม กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการทดสอบและการเตรียมการต่างๆ ลูกเรือทั้งสี่คนกำลังเข้ารับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายของการเดินทางในอวกาศลึก

ภารกิจ Artemis III และการลงจอดบนดวงจันทร์

ภารกิจ Artemis III จะเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของโครงการ Artemis โดยมีเป้าหมายที่จะนำมนุษย์กลับไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์อีกครั้ง ซึ่งรวมถึงการส่งผู้หญิงคนแรกและคนผิวสีคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ด้วย ภารกิจนี้จะใช้ยานลงจอดบนดวงจันทร์ (Human Landing System) ที่พัฒนาโดยบริษัทเอกชน เช่น SpaceX ซึ่งจะเชื่อมต่อกับยาน Orion ในวงโคจรดวงจันทร์ และนำนักบินอวกาศสองคนลงสู่พื้นผิวบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เชื่อว่ามีน้ำแข็งอยู่เป็นจำนวนมาก

การสร้าง Gateway และฐานบนดวงจันทร์

โครงการ Artemis ไม่ได้หยุดอยู่แค่การลงจอดบนดวงจันทร์ชั่วคราว นาซาและพันธมิตรกำลังวางแผนที่จะสร้างสถานีอวกาศขนาดเล็กที่โคจรรอบดวงจันทร์ที่เรียกว่า Gateway ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการเดินทางไปและกลับจากพื้นผิวดวงจันทร์ และเป็นจุดแวะพักสำหรับการเดินทางสู่ดาวอังคารในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีแผนการสร้างฐานถาวรบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่เรียกว่า Artemis Base Camp เพื่อสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระยะยาวและการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการสำรวจอวกาศลึก

ความฝันสู่ดาวอังคาร

เป้าหมายสูงสุดของโครงการ Artemis คือการใช้ประสบการณ์และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจากการสำรวจดวงจันทร์ เป็นบันไดก้าวไปสู่การส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร การสร้างการมีอยู่ของมนุษย์บนดวงจันทร์อย่างยั่งยืนจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการทำงานในสภาพแวดล้อมนอกโลก ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางที่ยาวนานและซับซ้อนยิ่งขึ้นไปยังดาวเคราะห์แดง

ในขณะที่การนับถอยหลังสู่ภารกิจ Artemis II เริ่มขึ้น โอกาสในการส่งชื่อของคุณไปกับยานอวกาศ Orion จึงเป็นช่องทางที่น่าตื่นเต้นในการเป็นส่วนหนึ่งของบทใหม่ในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศของมนุษยชาติ ซึ่งจะนำพาเราไปไกลเกินกว่าที่เคยเป็นมา.

TAGGED:
Share This Article
Leave a Comment

Leave a Reply