เครนถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว โคราช เสียชีวิตแล้ว 32 ราย เรารู้อะไรแล้วบ้าง ?

Viral_X
By
Viral_X
1 Min Read

เหตุการณ์สุดสลดได้เขย่าขวัญประเทศไทยเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เครนขนาดมหึมากำลังก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงได้ถล่มลงมาทับขบวนรถไฟโดยสารสายตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณใกล้สถานีรถไฟสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก สร้างความตกตะลึงและโศกเศร้าไปทั่วประเทศ

เบื้องหลังโศกนาฏกรรม: โครงการยักษ์และนาทีวิกฤต

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น ณ จุดก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์ด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เครนที่ถล่มลงมาเป็นเครนยกชิ้นส่วนโครงสร้างขนาดใหญ่ (Gantry Crane) ที่ใช้ในการติดตั้งคานคอนกรีตสำหรับทางยกระดับ โดยมีรายงานว่าเครนดังกล่าวมีความสูงกว่า 30 เมตร และมีน้ำหนักหลายร้อยตัน

โครงการและจุดเกิดเหตุ

โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงสีคิ้ว-ปากช่อง เป็นส่วนสำคัญที่กำลังเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะการก่อสร้างสะพานและทางยกระดับข้ามทางรถไฟสายปกติ จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากสถานีรถไฟสีคิ้วไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่ทางรถไฟสายปกติวิ่งขนานไปกับแนวการก่อสร้างทางยกระดับของรถไฟความเร็วสูง

เครนถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว โคราช เสียชีวิตแล้ว 32 ราย เรารู้อะไรแล้วบ้าง ?

ลำดับเหตุการณ์

ตามรายงานเบื้องต้น เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 05.45 น. ขณะที่ขบวนรถไฟโดยสารหมายเลข 135 (กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี) กำลังเคลื่อนผ่านจุดดังกล่าวด้วยความเร็วปกติ ทันใดนั้นเครนที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ด้านบนเกิดการทรุดตัวและถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว ชิ้นส่วนขนาดมหึมาของเครนและคานคอนกรีตที่กำลังจะถูกติดตั้งได้ร่วงหล่นลงมาทับตู้โดยสารหลายตู้ของขบวนรถไฟอย่างจัง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้โดยสารและชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลือทันที แต่สภาพพื้นที่ที่มืดมิดและซากปรักหักพังขนาดใหญ่ของเครนและตู้รถไฟที่บิดเบี้ยว ทำให้การเข้าถึงผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก

การพัฒนาสำคัญ: กู้ภัย, สอบสวน และผลกระทบเบื้องต้น

ตลอดทั้งวันและคืนหลังเกิดเหตุ การช่วยเหลือผู้รอดชีวิตและเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตดำเนินไปอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายหลายประการ หน่วยกู้ภัยจากหลายจังหวัด รวมถึงทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร ได้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจอย่างไม่ย่อท้อ

ปฏิบัติการกู้ภัย

การกู้ภัยเป็นไปอย่างทุลักทุเล เนื่องจากซากเครนที่หนักอึ้งและตู้รถไฟที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรหนัก เช่น รถเครนขนาดใหญ่หลายคันเข้ามายกและเคลื่อนย้ายชิ้นส่วน การค้นหาผู้รอดชีวิตในสภาพที่ตู้รถไฟถูกบีบอัดจนแบนราบต้องใช้ความละเอียดอ่อนและความระมัดระวังอย่างสูง ทีมแพทย์ฉุกเฉินตั้งศูนย์ปฐมพยาบาลชั่วคราวในพื้นที่เพื่อดูแลผู้บาดเจ็บเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลในตัวเมืองนครราชสีมาและใกล้เคียง

การระบุตัวตนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ยอดผู้เสียชีวิตได้รับการยืนยันที่ 32 ราย ในจำนวนนี้มีผู้โดยสาร พนักงานรถไฟ และคาดว่าอาจมีคนงานก่อสร้างบางส่วนที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ การระบุตัวตนผู้เสียชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบากในหลายกรณี เนื่องจากสภาพร่างกายที่เสียหายหนัก ญาติของผู้ประสบเหตุต่างเดินทางมายังจุดเกิดเหตุและโรงพยาบาลด้วยความหวังและความกังวลใจอย่างสุดซึ้ง

การสอบสวนเบื้องต้น

รัฐบาลได้สั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในทันที โดยมีตัวแทนจากกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วม คาดการณ์สาเหตุเบื้องต้นอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ความบกพร่องของโครงสร้างเครน การติดตั้งที่ไม่ถูกต้อง การใช้งานเกินขีดจำกัด การบำรุงรักษาที่ไม่เพียงพอ หรือแม้กระทั่งความผิดพลาดของมนุษย์ หรือสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย

ผลกระทบ: ความสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ไม่ใช่แค่เพียงความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึงผลกระทบทางจิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ

ผู้ประสบภัยและครอบครัว

ผู้เสียชีวิต 32 ราย คือบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัวจำนวน 32 ครอบครัว ความสูญเสียครั้งนี้สร้างบาดแผลลึกให้กับญาติมิตรที่ต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัว บุตรหลาน พ่อแม่ หรือคู่ชีวิตไปอย่างกะทันหัน ผู้บาดเจ็บหลายรายยังคงต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล บางรายมีอาการสาหัสและอาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างยาวนาน

การหยุดชะงักของบริการรถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ประกาศระงับการเดินรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือในเส้นทางผ่านสีคิ้วเป็นการชั่วคราวทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าปฏิบัติงานกู้ภัยและเก็บกู้ซากได้อย่างเต็มที่ และเพื่อความปลอดภัยในการเดินรถในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารจำนวนมากที่ต้องเปลี่ยนไปใช้การขนส่งรูปแบบอื่น เช่น รถโดยสารประจำทาง หรือรถยนต์ส่วนตัว ทำให้เกิดความไม่สะดวกและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง

โครงการรถไฟความเร็วสูงที่กำลังดำเนินไปอย่างเร่งรีบต้องหยุดชะงักลงชั่วคราวในบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อรอผลการสอบสวนและประเมินมาตรการด้านความปลอดภัยใหม่ เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของโครงการขนาดใหญ่ และอาจส่งผลให้โครงการล่าช้าออกไปจากกำหนดเดิม

ความเชื่อมั่นของประชาชน

อุบัติเหตุครั้งนี้ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อความปลอดภัยของระบบขนส่งสาธารณะและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นกลับคืนมา

ก้าวต่อไป: การเยียวยา, การป้องกัน และอนาคต

หลังจากปฏิบัติการกู้ภัยสิ้นสุดลง ขั้นตอนต่อไปคือการสอบสวนอย่างละเอียด การเยียวยาผู้เสียหาย และการวางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

การเยียวยาและช่วยเหลือ

รัฐบาลได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ ทั้งในส่วนของเงินชดเชยจากหน่วยงานภาครัฐ การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงการดูแลค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานด้านจิตวิทยาเข้าให้คำปรึกษาแก่ผู้ประสบภัยและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ

การสอบสวนเชิงลึก

คณะกรรมการสอบสวนจะดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ กล้องวงจรปิด บันทึกการปฏิบัติงานของเครน รายละเอียดทางวิศวกรรมของเครนและโครงสร้าง รวมถึงการสัมภาษณ์พยานและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุและผู้ที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตเครน บริษัทผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ปฏิบัติงาน

มาตรการป้องกันในอนาคต

ผลการสอบสวนจะนำไปสู่การทบทวนและปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่มีการใช้เครื่องจักรกลหนักและมีการทำงานในบริเวณใกล้เคียงกับเส้นทางคมนาคมที่ใช้งานอยู่ อาจมีการออกข้อกำหนดที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพเครื่องจักร การฝึกอบรมบุคลากร การวางแผนการทำงาน และการกำกับดูแลหน้างาน

การฟื้นฟูและกลับมาให้บริการ

เมื่อการสอบสวนและมาตรการป้องกันมีความชัดเจน การฟื้นฟูพื้นที่และซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายจะเริ่มต้นขึ้น การรถไฟแห่งประเทศไทยจะเร่งดำเนินการกู้คืนสภาพทางรถไฟเพื่อให้สามารถกลับมาให้บริการได้โดยเร็วที่สุด ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูงจะเดินหน้าต่อไปภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต

Share This Article