เปิดศึกบิ๊กโปรเจกต์! รัฐบาลจ่อฟัน ITD แก้เกมสัญญา สร้างมาตรฐานใหม่วงการก่อสร้างไทย
คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการหารืออย่างเข้มข้นถึงแนวทางการจัดการสัญญากับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เมื่อเร็วๆ นี้ โดยประเด็นหลักคือความเป็นไปได้ในการบอกเลิกสัญญาโครงการขนาดใหญ่หลายฉบับ พร้อมกับการยกระดับมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างและข้อกำหนด (TOR) เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอยในอนาคต
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ล่าช้า และสร้างความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
เบื้องหลังวิกฤต ITD กับโครงการยักษ์ชาติ
ปัญหาการเงินและผลกระทบต่อโครงการ
บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทย ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความคืบหน้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญหลายแห่งที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท
โครงการที่ได้รับผลกระทบ อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง (ในส่วนที่ ITD เป็นผู้รับเหมาช่วงและรับผิดชอบงานโยธาบางส่วน), โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งหลายโครงการเผชิญกับความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญ สร้างความกังวลให้กับหน่วยงานภาครัฐและประชาชนผู้ใช้บริการ
ประวัติ ITD กับบทบาทผู้บุกเบิก
ITD ถือเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีประวัติยาวนานและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยมายาวนานหลายทศวรรษ บริษัทเคยเป็นกำลังสำคัญในโครงการเมกะโปรเจกต์ระดับชาติหลายโครงการ ตั้งแต่ถนน สะพาน เขื่อน ไปจนถึงระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางการเงินและผลกระทบต่อโครงการล่าสุดทำให้เกิดคำถามถึงศักยภาพและความสามารถในการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงความยั่งยืนของโมเดลธุรกิจในภาวะที่การแข่งขันสูงขึ้นและความต้องการด้านธรรมาภิบาลเข้มงวดขึ้น
พัฒนาการล่าสุด: รัฐบาลพิจารณาเลิกสัญญา-รื้อ TOR ใหม่
การประชุม ครม. และข้อเสนอจากกระทรวงการคลัง
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอข้อมูลและข้อเสนอแนะจากกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์ของ ITD และผลกระทบต่อโครงการของรัฐบาลอย่างละเอียด
ข้อเสนอหลักเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาทางเลือกที่เด็ดขาด รวมถึงการบอกเลิกสัญญาในโครงการที่ ITD มีปัญหาด้านความคืบหน้าอย่างรุนแรง หรือมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงที่รัฐบาลจะต้องแบกรับ และเร่งรัดให้โครงการที่ล่าช้าสามารถกลับมาเดินหน้าได้โดยเร็วที่สุด
มติยกระดับ TOR และการป้องกันปัญหาอนาคต
นอกจากการพิจารณาเรื่อง ITD โดยเฉพาะ ครม. ยังได้เห็นชอบในหลักการให้มีการทบทวนและปรับปรุงข้อกำหนดและเงื่อนไขการอ้างอิง (TOR) ในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐทั้งหมด
เป้าหมายคือการเพิ่มความรัดกุม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบของผู้รับเหมา โดยจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติที่เข้มงวดขึ้น ทั้งด้านศักยภาพทางการเงิน ประสบการณ์ และประวัติการทำงาน รวมถึงการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนและรุนแรงขึ้นหากเกิดความล่าช้า การทิ้งงาน หรือการปฏิบัติผิดสัญญา เพื่อเป็น “ล้อมคอก” ป้องกันปัญหาผู้รับเหมาไร้ศักยภาพในอนาคต
มาตรการเหล่านี้จะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ TOR การประเมินข้อเสนอ การทำสัญญา ไปจนถึงการกำกับดูแลโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการขนาดใหญ่ของรัฐจะสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายและงบประมาณที่กำหนด
ผลกระทบต่อทุกภาคส่วน
ITD และอุตสาหกรรมก่อสร้าง
การพิจารณาบอกเลิกสัญญาของรัฐบาลอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสถานะทางการเงินและชื่อเสียงของ ITD ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตอยู่แล้ว การตัดสินใจครั้งนี้อาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอนาคตของบริษัท
สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างโดยรวม นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ ผู้รับเหมารายอื่นจะต้องตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาวินัยทางการเงิน ประสิทธิภาพการทำงาน และความรับผิดชอบต่อสัญญาอย่างเคร่งครัด มาตรฐานใหม่ของ TOR อาจกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานทั่วทั้งอุตสาหกรรม
ประชาชนและผู้ใช้บริการ
ในระยะสั้น หากมีการเปลี่ยนผู้รับเหมาจริง โครงการที่ได้รับผลกระทบอาจเผชิญกับความล่าช้าเพิ่มเติมในช่วงเปลี่ยนผ่าน เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสรรหาผู้รับเหมาใหม่และส่งมอบงาน
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว การตัดสินใจที่เด็ดขาดของรัฐบาลมีโอกาสที่จะทำให้โครงการกลับมาเดินหน้าได้เร็วขึ้นและมีคุณภาพที่ดีขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการล่าช้า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล
รัฐบาลและงบประมาณแผ่นดิน
การตัดสินใจครั้งนี้แสดงถึงความจริงจังของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโครงการล่าช้าและส่งเสริมธรรมาภิบาลในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในสายตาของประชาชน
อย่างไรก็ตาม การบอกเลิกสัญญาอาจมีภาระค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและค่าชดเชยที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รัฐบาลจะต้องบริหารจัดการกระบวนการนี้อย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้กระทบต่องบประมาณแผ่นดินในระยะยาว และต้องเตรียมแผนรองรับสำหรับโครงการที่ได้รับผลกระทบอย่างมีประสิทธิภาพ
ก้าวต่อไป: มาตรฐานใหม่สู่เมกะโปรเจกต์ไทย
คณะกรรมการพิจารณาและกรอบเวลา
คาดการณ์ว่ารัฐบาลจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณารายละเอียดการบอกเลิกสัญญาแต่ละโครงการอย่างรอบด้าน รวมถึงการร่าง TOR ฉบับปรับปรุงใหม่ คณะกรรมการชุดนี้จะมีบทบาทสำคัญในการประเมินความเสี่ยง ผลกระทบ และหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละกรณี
โดยมีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินการ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใน 3-6 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้มาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีความชัดเจนและเข้มงวดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
การประมูลใหม่และการคัดเลือกผู้รับเหมา
หากมีการบอกเลิกสัญญาจริงสำหรับโครงการใดๆ รัฐบาลจะต้องเปิดประมูลใหม่สำหรับโครงการที่ได้รับผลกระทบ กระบวนการคัดเลือกผู้รับเหมาใหม่จะใช้ TOR ที่เข้มงวดขึ้นอย่างแน่นอน โดยจะมุ่งเน้นผู้รับเหมาที่มีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง ประสบการณ์ที่พิสูจน์ได้ และความสามารถในการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาและงบประมาณ
การประมูลใหม่นี้จะเป็นโอกาสในการนำผู้รับเหมาที่มีคุณภาพและมีความพร้อมเข้ามาดำเนินงาน เพื่อเร่งรัดโครงการที่สำคัญของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้
บทเรียนสำหรับอนาคต
กรณีของ ITD จะเป็นบทเรียนสำคัญในการวางแผนและบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ของประเทศในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน การตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้รับเหมาอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้น และการบังคับใช้สัญญาอย่างเคร่งครัดตลอดระยะเวลาโครงการ
การปรับปรุง TOR และการสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และส่งมอบโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงและตรงเวลา

